มีคำกล่าวในวงการถ่ายทอดสดและวิดีโอโปรดักชันว่า "คนดูทนดูภาพที่ไม่ชัดได้ แต่ไม่มีใครทนฟังเสียงที่แตกพร่า มีเสียงพัดลมดังตลอดเวลา หรือเสียงกระซิบที่เบาเกินไปได้" ระบบเสียงจึงเป็นองค์ประกอบที่มีผลต่อการเติบโตของช่องมากที่สุด บทความนี้จะสอนคุณเลือกไมค์และเซ็ตอัปเสียงใน OBS ให้เหมือนนักจัดรายการมืออาชีพ
1. Dynamic vs Condenser: ไมค์แบบไหนเหมาะกับห้องของคุณ
ผู้เริ่มต้นจำนวนมากมักซื้อไมโครโฟนตามรีวิวโดยไม่ดูสภาพห้องจริง ซึ่งส่งผลเสียอย่างร้ายแรง เพราะไมค์แต่ละประเภทถูกออกแบบมาใช้งานต่างกันอย่างสิ้นเชิง:
- Condenser Microphone (ไมค์คอนเดนเซอร์): ไวต่อเสียงมาก เก็บรายละเอียดเสียงสูงได้ครบถ้วน เหมาะกับห้องที่มีการบุแผ่นซับเสียง (Acoustic Foam) ไม่มีเสียงรถวิ่งผ่าน และไม่มีเสียงพัดลมหรือแอร์ดัง หากนำมาใช้ในห้องนอนธรรมดา ไมค์จะดูดเสียงคลิกเมาส์ เสียงคีย์บอร์ด และเสียงสะท้อนกำแพงเข้ามาเต็มๆ
- Dynamic Microphone (ไมค์ไดนามิก): รับเสียงเฉพาะวัตถุที่อยู่ใกล้หน้าไมค์ (ระยะ 5-15 ซม.) และตัดเสียงบรรยากาศรอบข้างได้อย่างยอดเยี่ยม เช่น Shure SM7B, Rode PodMic, Samson Q2U นี่คือ ประเภทไมค์ที่แนะนำมากที่สุดสำหรับสตรีมเมอร์ เพราะช่วยแก้ปัญหาเสียงก้องและเสียงพัดลมในห้องทั่วไปได้ทันทีโดยไม่ต้องแต่งห้องราคาแพง
2. ระยะและตำแหน่งการวางไมโครโฟนที่ถูกต้อง
การวางไมค์ผิดจุดคือสาเหตุอันดับหนึ่งของเสียงที่ไม่ดี:
- ระยะห่าง: วางไมค์ห่างจากปากประมาณ 1-2 กำปั้นมือ (ประมาณ 10-15 ซม.) หากวางไกลเกินไป คุณจะต้องเร่ง Gain ส่งผลให้เสียงรบกวนในห้องดังตามขึ้นมา
- มุมตกกระทบ: วางไมค์ทำมุม 45 องศากับปาก แทนที่จะวางขนานตรงกับปาก เพื่อหลีกเลี่ยงลมหายใจและลมกระแทกจากพยัญชนะเสียงพ่นลม เช่น "พ, ป, ผ, ต"
- อุปกรณ์เสริม: ใช้ Pop Filter หรือฟองน้ำหุ้มหัวไมค์ (Windscreen) เสมอ และติดตั้งไมค์บนขาจับแขนลอย (Boom Arm) พร้อม Shock Mount เพื่อป้องกันเสียงสะเทือนเวลาพิมพ์คีย์บอร์ดหรือกระแทกโต๊ะ
3. ลำดับการเรียง Audio Filter ใน OBS ที่ถูกต้อง
OBS Studio มีระบบ Audio Filter ในตัวที่มีประสิทธิภาพสูงมาก แต่สิ่งที่คนส่วนใหญ่ทำผิดคือ "ลำดับการใส่ฟิลเตอร์" เพราะสัญญาณเสียงจะเดินทางจากบนลงล่าง หากเรียงผิด เสียงจะบวมและเพี้ยนทันที
ลำดับที่ถูกต้อง 100% มีดังนี้:
- Noise Suppression (ตัดเสียงรบกวนความถี่ต่ำก่อน)
- Noise Gate (ตัดเสียงแทรกขณะที่เราหยุดพูด)
- 3-Band Equalizer หรือ VST 2.x Plug-in (ปรับแต่งโทนเสียงทุ้ม/แหลม)
- Compressor (เกลี่ยระดับเสียงเบาและดังให้สม่ำเสมอกัน)
- Limiter (ล็อกระดับเสียงสูงสุด ป้องกันเสียงแตกหรือหูระเบิด)
Limiter เปรียบเสมือนกำแพงกันชนชั้นสุดท้าย ไม่ว่าคุณจะกรี๊ดดีใจตอนชนะเกม หรือไมค์จะผ่านการปรับแต่งใดๆ มา Limiter จะล็อกไม่ให้เสียงเกินค่าที่เราตั้งไว้เด็ดขาด!
4. ค่าตัวเลขแนะนำสำหรับแต่ละฟิลเตอร์
คลิกขวาที่ช่องไมโครโฟนใน Audio Mixer → เลือก Filters → กดเครื่องหมาย + แล้วเพิ่มฟิลเตอร์ตามค่ามาตรฐานต่อไปนี้:
1) Noise Suppression
เลือกวิธีเป็น RNNoise (good quality, more CPU usage) ซึ่งเป็นโมเดล AI ในตัว OBS ที่ตัดเสียงลมแอร์และเสียงพัดลมได้เนียนที่สุด โดยไม่กินแรงเครื่อง
2) Noise Gate
- Close Threshold:
-38.00 dB(ระดับเสียงที่เกตจะปิดตัดเสียง เมื่อไม่มีเสียงพูด) - Open Threshold:
-32.00 dB(ระดับเสียงที่เกตจะเปิด เมื่อเริ่มเปล่งเสียงพูด) - Attack Time:
25 ms - Hold Time:
200 ms - Release Time:
150 ms
3) Compressor
- Ratio:
3:1หรือ4:1(อัตราบีบอัดเสียงที่กำลังพอดี ไม่ทำให้เสียงแบนเกินไป) - Threshold:
-18.00 dB(เริ่มบีบอัดเมื่อเสียงดังเกินจุดนี้) - Attack:
6 ms(ทำงานรวดเร็วเมื่อมีเสียงดังเกิดขึ้น) - Release:
60 ms - Output Gain:
+2.0 dBถึง+4.0 dB(ชดเชยระดับเสียงที่ถูกบีบอัด)
4) Limiter
- Threshold:
-2.00 dB(ล็อกไม่ให้ยอดคลื่นเสียงพุ่งเกิน -2 dB เด็ดขาด ป้องกันเสียง Clip แดง) - Release:
60 ms
5. เทคนิคปรับ EQ ดึงเสียงพูดให้ทุ้มนุ่มน่าฟัง
หากต้องการให้เสียงพากย์หรือเสียงพูดมีความนุ่มลึกเหมือนดีเจวิทยุ สามารถเพิ่มฟิลเตอร์ 3-Band Equalizer ได้ดังนี้:
- High (เสียงแหลม): เพิ่ม
+1.5 dBเพื่อให้เสียงพยัญชนะมีความคมชัด โปร่งฟังสบาย - Mid (เสียงกลาง): ลดลง
-1.0 dBเพื่อลดเสียงอู้อี้เหมือนพูดในกล่องกระดาษ - Low (เสียงทุ้ม): เพิ่ม
+2.0 dBเพื่อเพิ่มน้ำหนักความอิ่มเอิบของเนื้อเสียง
6. สรุปแนวทางจัดการเสียงสตรีม
เกณฑ์วัดระดับเสียงที่ดีในแถบ Audio Mixer ของ OBS คือ:
- เสียงพูดไมค์: ควรวิ่งแกว่งตัวอยู่ในแถบ สีเหลือง (ระหว่าง -15 dB ถึง -5 dB)
- เสียงเกม: ควรวิ่งอยู่ในแถบ สีเขียวเข้ม (ระหว่าง -25 dB ถึง -18 dB) เพื่อไม่ให้กลบเสียงพูด
- เสียงเพลงประกอบ / Alert โดเนท: ควรอยู่ที่ประมาณ -20 dB ถึง -15 dB
เติมเต็มสตรีมของคุณด้วยเสียงแจ้งเตือนที่ชัดเจน
ระบบแจ้งเตือนโดเนท TiphNoi รองรับระบบเสียง Alert Box และการอ่านชื่อ-ข้อความผู้สนับสนุนด้วยระบบ TTS ภาษาไทยที่ลื่นไหล
ทดลองใช้ TiphNoi ฟรี →